Showing all 4 results

โฟล์คลิฟท์ Class 1 คือ รถยกที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งแหล่งพลังงานและตัวถ่วงน้ำหนัก ทำให้มีความเสถียร นิยมใช้ในงานภายในอาคาร เช่น คลังสินค้า ร้านค้าปลีก และโรงงาน เนื่องจากทำงานเงียบ เสียงเบา ลดมลพิษ และมีต้นทุนการบำรุงรักษาต่ำกว่ารถเครื่องยนต์สันดาป

คุณสมบัติหลักของโฟล์คลิฟท์ Class 1

พลังงาน: ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่

การใช้งาน: เหมาะกับพื้นผิวเรียบภายในอาคาร (ยางตัน/ยางลม) และบางรุ่น (ยางลม) สามารถใช้กลางแจ้งได้

ลักษณะ: มีทั้งแบบ 3 ล้อ (คล่องตัว) และ 4 ล้อ (มั่นคงกว่า) มีทั้งแบบนั่งขับและยืนขับ

ข้อดี: เสียงเงียบ, ไม่ปล่อยมลพิษ (เหมาะกับสถานที่ควบคุมคุณภาพอากาศเข้มงวด), ต้นทุนเชื้อเพลิงและบำรุงรักษาต่ำกว่า

การเรียกชื่ออื่น: อาจถูกเรียกว่า “รถยกถ่วงน้ำหนัก” (Counterbalanced Forklift) เพราะใช้แบตเตอรี่เป็นตัวถ่วงน้ำหนัก

ถ้าต้องการรถยกที่ทำงานในร่มได้ดี เงียบ ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โฟล์คลิฟท์ Class 1 (ไฟฟ้า) เป็นตัวเลือกที่นิยมที่สุด


E-Trucks

E-Trucks คืออะไร? ทางเลือกใหม่ของรถอุตสาหกรรมในยุคพลังงานไฟฟ้า

E-Trucks (Electric Trucks) หรือรถอุตสาหกรรมไฟฟ้า เป็นรถยกและรถขนย้ายที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแทนเครื่องยนต์สันดาป เช่น ดีเซลหรือแก๊ส โดยนิยมใช้ในโรงงาน คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ที่ต้องการความสะอาด ปลอดภัย และประหยัดพลังงาน

ในปัจจุบัน E-Trucks ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-Ion) ที่มีประสิทธิภาพสูง ชาร์จเร็ว และรองรับการทำงานต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

จุดเด่นของ E-Trucks เมื่อเทียบกับรถเครื่องยนต์

1. ประหยัดพลังงานและลดต้นทุนระยะยาว

  • ค่าไฟฟ้าต่อชั่วโมงต่ำกว่าค่าน้ำมัน

  • ลดค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษา

  • ไม่มีค่าเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง หรือระบบไอเสีย

2. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  • ไม่มีควันไอเสีย (Zero Emission)

  • ลดมลพิษทางอากาศและเสียงรบกวน

  • เหมาะสำหรับการใช้งานภายในอาคารและคลังสินค้าปิด

3. ประสิทธิภาพการทำงานสูง

  • แรงบิดมาทันที เร่งตัวดี

  • ควบคุมง่าย แม่นยำ

  • ทำงานได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม

4. ความปลอดภัยและความสบายของผู้ขับ

  • เสียงเงียบ ลดความเครียดในการทำงาน

  • การสั่นสะเทือนต่ำ

  • ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ เช่น ระบบชะลอความเร็วขณะเลี้ยว และ Safe Pedal

ประเภทของ E-Trucks ที่นิยมใช้งาน

  • Electric Forklift Truck  รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า

  • Lithium E-Trucks  รถไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม

  • Reach Truck / Reach E-Truck  สำหรับคลังสินค้าชั้นสูง

  • Pallet Truck & Stackers  สำหรับงานขนย้ายระยะใกล้

  • Heavy-duty E-Trucks  รองรับน้ำหนัก 4–10 ตันขึ้นไป

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน: หัวใจของ E-Trucks ยุคใหม่

E-Trucks รุ่นใหม่ส่วนใหญ่เลือกใช้ Li-Ion Battery เนื่องจาก:

  • ชาร์จเร็ว (Fast Charging)

  • ชาร์จแทรกระหว่างพักงานได้ (Opportunity Charging)

  • ไม่ต้องดูแลน้ำกลั่น

  • อายุการใช้งานยาวนานกว่าแบตเตอรี่ตะกั่วกรด

  • มีระบบ BMS ควบคุมความปลอดภัย

E-Trucks เหมาะกับอุตสาหกรรมใดบ้าง?

  • คลังสินค้าและโลจิสติกส์

  • โรงงานอุตสาหกรรม

  • ศูนย์กระจายสินค้า (DC)

  • อุตสาหกรรมอาหารและยา

  • ค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ

  • โรงงานที่ต้องการมาตรฐาน Green Industry

เลือก E-Trucks อย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ

ควรพิจารณา:

  • น้ำหนักบรรทุก (Load Capacity)

  • ความสูงในการยก (Lift Height)

  • ประเภทแบตเตอรี่

  • พื้นที่ใช้งาน (Indoor / Outdoor)

  • ชั่วโมงการทำงานต่อวัน

  • บริการหลังการขายและอะไหล่

สรุป ทำไม E-Trucks คืออนาคตของรถอุตสาหกรรม

E-Trucks ไม่ใช่แค่รถยกไฟฟ้า แต่คือโซลูชันด้านพลังงาน ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความปลอดภัย และตอบโจทย์ธุรกิจในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ได้อย่างแท้จริง

หากธุรกิจของคุณกำลังมองหารถอุตสาหกรรมที่ คุ้มค่า ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
E-Trucks คือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม

E-Trucks

E-Trucks คืออะไร? ทางเลือกใหม่ของรถอุตสาหกรรมในยุคพลังงานไฟฟ้า

E-Trucks (Electric Trucks) หรือรถอุตสาหกรรมไฟฟ้า เป็นรถยกและรถขนย้ายที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแทนเครื่องยนต์สันดาป เช่น ดีเซลหรือแก๊ส โดยนิยมใช้ในโรงงาน คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ที่ต้องการความสะอาด ปลอดภัย และประหยัดพลังงาน

ในปัจจุบัน E-Trucks ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเทคโนโลยีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-Ion) ที่มีประสิทธิภาพสูง ชาร์จเร็ว และรองรับการทำงานต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

จุดเด่นของ E-Trucks เมื่อเทียบกับรถเครื่องยนต์

1. ประหยัดพลังงานและลดต้นทุนระยะยาว

  • ค่าไฟฟ้าต่อชั่วโมงต่ำกว่าค่าน้ำมัน

  • ลดค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษา

  • ไม่มีค่าเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ไส้กรอง หรือระบบไอเสีย

2. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  • ไม่มีควันไอเสีย (Zero Emission)

  • ลดมลพิษทางอากาศและเสียงรบกวน

  • เหมาะสำหรับการใช้งานภายในอาคารและคลังสินค้าปิด

3. ประสิทธิภาพการทำงานสูง

  • แรงบิดมาทันที เร่งตัวดี

  • ควบคุมง่าย แม่นยำ

  • ทำงานได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม

4. ความปลอดภัยและความสบายของผู้ขับ

  • เสียงเงียบ ลดความเครียดในการทำงาน

  • การสั่นสะเทือนต่ำ

  • ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ เช่น ระบบชะลอความเร็วขณะเลี้ยว และ Safe Pedal

ประเภทของ E-Trucks ที่นิยมใช้งาน

  • Electric Forklift Truck  รถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า

  • Lithium E-Trucks  รถไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม

  • Reach Truck / Reach E-Truck  สำหรับคลังสินค้าชั้นสูง

  • Pallet Truck & Stackers  สำหรับงานขนย้ายระยะใกล้

  • Heavy-duty E-Trucks  รองรับน้ำหนัก 4–10 ตันขึ้นไป

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน: หัวใจของ E-Trucks ยุคใหม่

E-Trucks รุ่นใหม่ส่วนใหญ่เลือกใช้ Li-Ion Battery เนื่องจาก:

  • ชาร์จเร็ว (Fast Charging)

  • ชาร์จแทรกระหว่างพักงานได้ (Opportunity Charging)

  • ไม่ต้องดูแลน้ำกลั่น

  • อายุการใช้งานยาวนานกว่าแบตเตอรี่ตะกั่วกรด

  • มีระบบ BMS ควบคุมความปลอดภัย

E-Trucks เหมาะกับอุตสาหกรรมใดบ้าง?

  • คลังสินค้าและโลจิสติกส์

  • โรงงานอุตสาหกรรม

  • ศูนย์กระจายสินค้า (DC)

  • อุตสาหกรรมอาหารและยา

  • ค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ

  • โรงงานที่ต้องการมาตรฐาน Green Industry

เลือก E-Trucks อย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ

ควรพิจารณา:

  • น้ำหนักบรรทุก (Load Capacity)

  • ความสูงในการยก (Lift Height)

  • ประเภทแบตเตอรี่

  • พื้นที่ใช้งาน (Indoor / Outdoor)

  • ชั่วโมงการทำงานต่อวัน

  • บริการหลังการขายและอะไหล่

สรุป ทำไม E-Trucks คืออนาคตของรถอุตสาหกรรม

E-Trucks ไม่ใช่แค่รถยกไฟฟ้า แต่คือโซลูชันด้านพลังงาน ประสิทธิภาพ และความยั่งยืน ช่วยลดต้นทุน เพิ่มความปลอดภัย และตอบโจทย์ธุรกิจในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ได้อย่างแท้จริง

หากธุรกิจของคุณกำลังมองหารถอุตสาหกรรมที่ คุ้มค่า ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
E-Trucks คือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม

สอบถามรายละเอียด คลิกเลย

ติดต่อเรา Contact us button