Forklift Class 7: ราชาแห่งงาน Outdoor
นอกจากความอึดและล้อที่ใหญ่แล้ว สิ่งที่ทำให้ Class 7 แตกต่างจากรถโฟล์คลิฟท์ทั่วไป (เช่น Class 4 หรือ 5 ที่ใช้ในคลังสินค้า) คือระบบวิศวกรรมที่ออกแบบมาเพื่อ “ความสมดุล” บนพื้นผิวที่ไม่เสถียรครับ
1. ประเภทหลักของ Class 7 (แบ่งตามลักษณะการยก)
ใน Class 7 ไม่ได้มีแค่หน้าตาแบบรถไถยกของ แต่แบ่งออกเป็น 3 ประเภทย่อยที่สำคัญ:
-
Vertical Mast Type: รูปร่างเหมือนรถโฟล์คลิฟท์ทั่วไป แต่ตัวใหญ่กว่า ล้อใหญ่กว่า ยกขึ้น-ลงในแนวตั้ง
-
Variable Reach Type (Telehandler): มีแขนบูมที่ยืดออกไปด้านหน้าและยกสูงได้เหมือนรถเครน เหมาะกับงานก่อสร้างที่ต้องส่งของขึ้นชั้น 2 หรือ 3
-
Truck/Trailer Mounted: โฟล์คลิฟท์ขนาดเล็กที่ติดตั้งไปกับท้ายรถบรรทุก เพื่อใช้ลงสินค้าในพื้นที่หน้างานที่ไม่มีรถยกเตรียมไว้ให้
2. จุดเด่นทางเทคนิคที่ควรเพิ่ม (Technical Highlights)
-
Ground Clearance: ท้องรถที่สูงกว่าปกติ เพื่อป้องกันการกระแทกกับหินหรือเนินดิน
-
Four-Wheel Drive (4WD): ส่วนใหญ่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และระบบ Diff-lock เพื่อป้องกันล้อหมุนฟรีในโคลน
-
Stability Control: มีระบบช่วยทรงตัวที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ เพราะการยกของบนพื้นที่เอียงมีความเสี่ยงรถพลิกคว่ำสูงกว่าพื้นเรียบ
-
Engine Power: เครื่องยนต์มักจะมีแรงบิด (Torque) สูงมากเพื่อให้สามารถไต่ทางชันพร้อมน้ำหนักบรรทุกได้
